^Back To Top
foto1 foto2 foto3 foto4 foto5

"กิริยาวาจาสุภาพ ยิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมใจช่วยเหลือ ไม่อยู่เหนือกฎหมาย ขยายบริการ ทำงานว่องไว ใส่ใจประชาชน"


สถานีตำรวจภูธรท่าเรือ
Telephone: 034-562660
e-mail:

สถานีตำรวจภูธรท่าเรือ

 

 

 

หน้าบันพระวิหารพระแท่นดงรัง

 

          เป็นหน้าบันไม้จำหลักเก่าแก่ที่ละเอียดงดงาม ส่วนล่างเป็นผนังก่ออิฐถือปูน ผสมผสานด้วยงานตกแต่งยุคปัจจุบัน ที่ตกแต่งด้วยภาชนะกระเบื้องดินเผาชนิดต่าง ที่ดูสวยงามแปลกตาอย่างที่ไม่ได้พบเห็นกันทั่วๆไป

 

พระแท่นบรรทม

 

ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารพระแท่นดงรัง เป็นพระแท่นบรรทมศิลา ที่เล่าขานกันแต่โบราณว่า เป็นพระแท่นที่ดับขันธปรินิพพานของพระพุทธองค์ มีลัแท่งหินคล้ายแท่นหรือเตียงนอน เล่ากันมาแต่โบราณว่าเป็นที่บรรทมปรินิพพานของพระพุทธเจ้า แต่เดิมมีต้นรังขึ้นอยู่ติดพระแท่นข้างละต้น (ปรากฏในนิราศพระแท่นดงรังของสามเณรกลั่น เมื่อครั้งเดินทางมานมัสการกับสุนทรภู่ เมื่อเดือน ๔ ปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๓๗๖ และฉบับของเสมียนมี หมื่นพรหมสมพัตรสร แต่งไว้ เดือน ๔ ปีวอก พ.ศ. ๒๓๗๙)

 

เขาถวายพระเพลิง วัดพระแท่นดงรัง

 

          ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาลูกเตี้ยๆ เป็นสถานที่สมมุติเป็นที่ถวายพระเพลิงสรีระพระพุทธองค์ เชิงบันไดประดับด้วยนาคเจ็ดเศียร ซึ่งทอดตัวไปสู่ยอดเขา

 

มณฑปบนเขาถวายพระเพลิง

 

          ตั้งอยู่บนยอดเขาถวายพระเพลิง เป็นมณฑปรูป 12 เหลี่ยม ยอดแหลม ภายในประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง และพระพุทธรูป

 

รอยพระพุทธบาทจำลองภายในมณฑป

 

          เป็นรอยพระพุทธบาทจำลองโบราณ ที่รอยพระบาทนูนขึ้นมา โดยต่างจากรอยพระบาททั่วๆไป

 

วิหารบดยา (วิหารทรมานพระกาย)

 

          ตั้งอยู่ด้านข้างวิหารพระแท่นดงรัง เป็นวิหารทรงจั่วมีมุขลดที่หัวและท้ายวิหาร หน้าต่างเป็นซุ้มโค้งพระพุทธรูปปางทุกข์กริยา ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารบดยา (วิหารทรมานพระกาย) ด้านหน้าองค์พระคือแท่นหินบดยา และหมอพราห์มชีวกโกมารภัจจ์ ซึ่งเป็นหมอที่ให้การรักษาประจำพระองค์

 

บ่อบ้วนพระโอษฐ์

 

          ตั้งอยู่ด้านหลังวิหารพระแท่นดงรัง เป็นบ่อบนกองศิลาลูกเตี้ยๆ เป็นสถานที่สมมุติเป็นที่บ้วนพระโอษฐ์ ครั้งที่พระองค์ทรงพระอาเจียนลงพระโลหิต ก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพาน บ่อบ้วนพระโอษฐ์ ถือเป็นสถานที่สำคัญที่มีประวัติเกี่ยวเนื่องกับพุทธประวัติ ตั้งอยู่บนเนินเขาเตี้ย ๆ หลังพระอุโบสถหลังเก่า และวิหารพระแท่นบรรทม ภายในวัดพระแท่นดงรังวรวิหาร ตำบลพระแท่น อำเภอท่ามะกา มีลักษณะเป็นก้อนหินตะปุ่มตะป่ำ มีรูอยู่ในหินรูหนึ่ง ยาวประมาณ ๖ นิ้ว กว้าง ๔ นิ้ว และลึกประมาณ ๒ ศอก มีเรื่องเล่ากันว่าเป็นที่บ้วนพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้า ที่ทรงอาเจียนลงพระโลหิตก่อนเสด็จปรินิพพาน และยังมีผู้เล่าว่าภายในบ่อจะมีน้ำอยู่ตลอดทั้งปี และเมื่อมีการตักน้ำออกไปมาก ๆ น้ำจะค่อย ๆ ซึมออกมาเพิ่มขึ้นจนเท่าเดิมทุกครั้ง เป็นที่น่าอัศจรรย์มาก

 

วิหารพระอานนท์

 

          ตั้งอยู่บนลานประทักษิณของวิหารพระแท่นดงรัง ภายในประดิษฐานพระอานนท์ ซึ่งเป็นพระอุปัฏฐากของพระพุทธองค์

 

รอยพระพุทธบาทไม้ประดับมุข

 

          ตั้งอยู่ด้านข้างวิหารบดยา ภายในประดิษฐานรอยพระพุทธบาทไม้ประดับมุข สมัยพระเจ้าบรมโกศ แห่งกรุงศรีอยุธยาเป็นรอยพระบาทไม้โบราณ สมัยพระเจ้าบรมโกศ ลวดลายบนรอยพระบาท เป็นลายมงคล 108 ประการ เดิมทีรอยพระบาทได้ถูกปิดทับด้วยทองคำเปลว ซึ่งผู้คนที่ได้มาสักการะได้ปิดไว้จนไม่เห็นลวดลายเดิม จนกระทั่งมีนักโบราณคดีได้มาสำรวจ และทำการลอกทองคำเปลวออก จึงได้พบลวดลายที่ประดับด้วยมุข ซึ่งเป็นลายเดียวกับพระพุทธบาทที่เขียนบนผ้า ซึ่งพระเจ้าบรมโกศได้มอบเป็นเครื่องราชบรรณาการ เพื่อเจริญพระราชไมตรีแก่กษัตริย์ศรีลังกา เมือปีพ.ศ. 2299

 

 

ต้นโพธิ์

 

          วัดดพระแท่นดงรังวรวิหาร เป็นพระอารามหลวง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา ทรงวางศิลาฤกษ์อุโบสถวัดพระแท่นดงรังวรวิหาร และทรงปลูกต้นโพธิ์นี้ เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๒ ซึ่งได้พันธ์มาจากพุทธคยา ประเทศอินเดีย นับเป็นความปลาบปลื้มใจและภาคภูมิใจของประชาชนตำบลพระแท่น ที่พระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาบำเพ็ญพระราชกุศล และได้ปลูกต้นโพธิ์ไว้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้ชาวตำบลพระแท่น ได้รำลึกถึงพระมหากรุณาของพระองค์ที่ทรงมีต่อพสกนิกรปวงชนชาวไทย

 

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านพระแท่นดงรัง

 

 

          พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านพระแท่นดงรัง อยู่ไม่ไกลอยู่ด้านซ้ายมือของเรานี่เอง ตรงนี้เป็น โบสถ์ ของวัดพระแท่นดงรัง ภายในประดิษฐาน  พระสังกัจจายน์ องค์ใหญ่ไว้สังการะ และมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านที่มีการแสดงสิงของเครื่องใช้สมัยโบราณ

 

แหล่งที่มา : http://katin.bu.ac.th/katin08.html

               http://www.holidaythai.com/Thailand-Attractions-285.htm

              http://www.comingthailand.com/kanchanaburi/wat-phrathandongrang.html

 

 

 

 

 

Copyrigcht © 2013 สถานีตำรวจภูธรท่าเรือ